เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแผ่นฟอกอากาศ หลังใช้งานเครื่องฟอกอากาศไปสักระยะ

22 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแผ่นฟอกอากาศ หลังใช้งานเครื่องฟอกอากาศไปสักระยะ

เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแผ่นฟอกอากาศ หลังใช้งานเครื่องฟอกอากาศไปสักระยะ

ในวันที่ฝุ่น PM2.5 กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น เครื่องฟอกอากาศจึงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของบ้าน คอนโด ออฟฟิศ และพื้นที่ใช้งานภายในอาคาร โดยเฉพาะเครื่องฟอกอากาศที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดักจับฝุ่น กลิ่น และสิ่งปนเปื้อนในอากาศหลายรูปแบบ อย่างกลุ่มเครื่องฟอกอากาศของ MITSUTA ที่สื่อสารเรื่องระบบกรองหลายขั้นตอนเพื่อช่วยดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้าน

แต่หลายคนมักโฟกัสแค่การเปิดเครื่องทุกวัน แล้วลืมสิ่งสำคัญที่สุดไปอย่างหนึ่ง นั่นคือ “แผ่นฟอกอากาศ” หรือแผ่นกรองภายในเครื่อง เพราะไม่ว่าเครื่องจะดีแค่ไหน หากแผ่นกรองเริ่มอิ่มตัว สะสมฝุ่นมาก หรือเสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพในการฟอกอากาศก็ลดลงตามไปด้วย

บทความนี้จะพาไปดูแบบชัด ๆ ว่า ทำไมจึงควรเปลี่ยนแผ่นฟอกอากาศ และหากไม่เปลี่ยนจะเกิดอะไรขึ้นกับทั้งเครื่องและคุณภาพอากาศที่คุณหายใจอยู่ทุกวัน

1) แผ่นฟอกอากาศเป็นด่านหน้าที่ทำงานหนักที่สุด
ทุกครั้งที่เปิดเครื่องฟอกอากาศ อากาศภายในห้องจะถูกดูดผ่านระบบกรอง เพื่อดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก กลิ่นไม่พึงประสงค์ และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ในอากาศ ยิ่งใช้งานในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะ อยู่ใกล้ถนนใหญ่ มีสัตว์เลี้ยง เปิดแอร์บ่อย หรือมีการใช้งานทุกวัน แผ่นกรองก็ยิ่งทำงานหนักและเต็มเร็วขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ ตัวเครื่องยังดูใหม่ได้ แต่แผ่นกรองด้านในอาจกำลังแบกรับฝุ่นสะสมจำนวนมากอยู่เงียบ ๆ

2) ใช้นานเกินไป ประสิทธิภาพการกรองจะลดลง
หน้าที่ของแผ่นฟอกอากาศคือการดักจับสิ่งปนเปื้อน เมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ พื้นที่ในการดักจับจะค่อย ๆ ถูกฝุ่นและอนุภาคต่าง ๆ จับเต็ม จนการไหลผ่านของอากาศไม่ดีเหมือนเดิม
ผลที่ตามมาคือ
  • เครื่องกรองอากาศได้ช้าลง
  • การดักจับฝุ่นละเอียดทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • การลดกลิ่นอับ กลิ่นควัน หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์อาจด้อยลง
  • คุณภาพอากาศในห้องอาจไม่ได้ดีเท่าที่คิด แม้เครื่องยังเปิดทำงานอยู่
นี่คือเหตุผลที่หลายบ้านรู้สึกว่า “ทำไมเปิดเครื่องแล้วเหมือนไม่ต่างจากเดิม” ทั้งที่ความจริงอาจไม่ใช่เครื่องเสีย แต่เป็นเพราะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองแล้ว

3) ฝืนใช้ต่อ เครื่องจะทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็น
เมื่อแผ่นฟอกอากาศเริ่มตัน อากาศจะไหลผ่านได้ยากขึ้น มอเตอร์ภายในจึงต้องทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อดูดอากาศให้ผ่านระบบกรอง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นคือ
  • เครื่องกินแรงมากขึ้น
  • เสียงการทำงานอาจดังขึ้น
  • การหมุนเวียนอากาศลดประสิทธิภาพลง
  • อายุการใช้งานของเครื่องอาจสั้นลงจากการทำงานหนักสะสม
สรุปแบบตรง ๆ คือ ปล่อยให้แผ่นกรองตันนาน ๆ เหมือนให้เครื่องวิ่งหายใจไม่ออกทุกวัน

4) ฝุ่น กลิ่น และสารสะสมอาจย้อนกระทบคุณภาพอากาศ
แผ่นฟอกอากาศที่ใช้งานมานานมากจนเกินระยะ อาจสะสมทั้งฝุ่นละออง กลิ่น และสิ่งปนเปื้อนจำนวนมาก แม้ภายนอกจะดูไม่ได้สกปรกมาก แต่ภายในอาจเต็มไปด้วยคราบสะสมที่มองไม่เห็น
โดยเฉพาะบ้านที่มีเงื่อนไขเหล่านี้ ควรใส่ใจเรื่องการเปลี่ยนแผ่นกรองมากกว่าปกติ
  • บ้านอยู่ในพื้นที่ฝุ่นสูง
  • มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
  • มีผู้เป็นภูมิแพ้
  • มีสัตว์เลี้ยง
  • ใช้งานในห้องนอน ห้องปิด หรือออฟฟิศทุกวัน

เพราะเป้าหมายของการซื้อเครื่องฟอกอากาศ ไม่ใช่แค่มีเครื่องตั้งอยู่ในห้อง แต่คือการได้อากาศที่สะอาดจริง

5) การเปลี่ยนแผ่นฟอกอากาศ คือการรักษาประสิทธิภาพของเครื่องในระยะยาว
หลายคนมองว่าแผ่นกรองเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ความจริงมันคือ “ชิ้นส่วนสิ้นเปลืองที่จำเป็น” เหมือนเปลี่ยนไส้กรองน้ำ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หรือเปลี่ยนอะไหล่ที่มีอายุการใช้งานตามรอบ
การเปลี่ยนแผ่นฟอกอากาศตามระยะที่เหมาะสม จะช่วยให้

  • เครื่องฟอกอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  • ช่วยคงคุณภาพการกรองฝุ่นและกลิ่น
  • ลดภาระการทำงานของตัวเครื่อง
  • ยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์และระบบภายใน
  • ทำให้คุณมั่นใจว่าอากาศที่สูดเข้าไปในแต่ละวันยังสะอาดอย่างที่ควรจะเป็น
แล้วควรเปลี่ยนแผ่นฟอกอากาศเมื่อไหร่?
ระยะเวลาในการเปลี่ยนแผ่นฟอกอากาศขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
  • รุ่นของเครื่อง
  • ประเภทของแผ่นกรอง
  • ความถี่ในการใช้งาน
  • สภาพแวดล้อมของห้อง
  • ปริมาณฝุ่นและมลภาวะในพื้นที่
โดยทั่วไป ควรหมั่นตรวจสอบสภาพแผ่นกรองเป็นประจำ และสังเกตสัญญาณเหล่านี้
  • เครื่องฟอกอากาศทำงานไม่ดีเหมือนเดิม
  • มีกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้อง
  • ลมที่ออกจากเครื่องเบาลง
  • มีไฟแจ้งเตือนเปลี่ยนแผ่นกรอง
  • ใช้งานต่อเนื่องมานานตามรอบที่ผู้ผลิตแนะนำ
สำหรับการเลือกแผ่นฟอกอากาศ ควรใช้รุ่นที่ตรงกับเครื่อง เพื่อให้ระบบกรองทำงานได้เหมาะสมกับดีไซน์ของตัวเครื่องและคงประสิทธิภาพตามที่ออกแบบไว้

วิธีดูแลแผ่นฟอกอากาศให้ใช้งานได้คุ้มที่สุด
แม้แผ่นกรองจะต้องเปลี่ยนตามรอบ แต่คุณสามารถช่วยยืดประสิทธิภาพการใช้งานได้ด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น
  • ทำความสะอาดฝุ่นบริเวณช่องลมเข้าเป็นประจำ
  • ไม่วางเครื่องใกล้แหล่งฝุ่นโดยตรงเกินไป
  • ปิดประตูหน้าต่างเมื่อเปิดใช้งานในห้อง
  • หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ห้องมีฝุ่นสะสมมากเกินไป
  • ตรวจเช็กแผ่นกรองตามรอบทุกเดือน

แต่อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดภายนอก ไม่ได้ทดแทนการ “เปลี่ยนแผ่นกรอง” เมื่อถึงเวลา

สรุป
เครื่องฟอกอากาศจะทำงานได้ดีหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสภาพของแผ่นฟอกอากาศด้วย
หากใช้งานไปนานแล้วไม่เปลี่ยนแผ่นกรอง ประสิทธิภาพการฟอกอากาศจะค่อย ๆ ลดลง เครื่องทำงานหนักขึ้น และอากาศในห้องอาจไม่สะอาดอย่างที่คุณคาดหวัง ดังนั้นการเปลี่ยนแผ่นฟอกอากาศตามระยะ จึงไม่ใช่เรื่องจุกจิก แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้เครื่องฟอกอากาศยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพทุกวัน
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ ไม่ใช่แค่ “มีเครื่องฟอกอากาศ” แต่คือ “มีอากาศสะอาดให้คนในบ้านได้หายใจอย่างสบายใจ”

หากคุณกำลังมองหาแผ่นฟอกอากาศสำหรับเปลี่ยน หรืออยากตรวจสอบว่าเครื่องฟอกอากาศของคุณควรเปลี่ยนแผ่นกรองเมื่อไร สามารถเลือกดูสินค้าและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ MITSUTA ได้ที่เว็บไซต์ทางการ หรือช่องทางติดต่อของบริษัทโดยตรง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้